วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552


ไอซีทีเปิดเว็บไซต์ www.ndwc.go.th เพื่อให้ข้อมูลและเตือนภัยพิบัติครบวงจร ในรูปแบบชุมชนออนไลน์ พร้อมเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนรับข้อมูลเตือนภัยผ่าน SMS ฟรี

นายวิริยะ มงคลวีระพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวงไอซีที ได้เปิดเว็บไซต์ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภายใต้แนวคิดมั่นใจ ปลอดภัย ฉับไว เตือนภัยกับ www.ndwc.go.th เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึก ทุกความเคลื่อนไหวของภัยพิบัติทุกชนิดที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งจะช่วยแจ้งเตือนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคส่วนของประเทศไทย รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในต่างประเทศที่อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

"เว็บไซต์เตือนภัยจะมีการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมงรวมทั้งจะมีการแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นการสร้างการเตือนภัยในรูปแบบชุมชนออนไลน์อีกด้วย'"

นอกจากแจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์แล้วยังจะมีการแจ้งเตือนด้วยข้อความสั้น (SMS) ผ่านมือถือได้อีกด้วยโดยประชาชนที่สนใจสามารถพิมพ์ u ndwc บนมือถือ แล้วส่งข้อความไปยังหมายเลข 4849333 จากนั้นจะมี SMS ตอบรับการเป็นสมาชิกกลับมาหลังจากนั้นสมาชิกจะได้รับ SMS เตือนภัยเช่นเดียวกับบนเว็บไซต์ทุกครั้งที่จะเกิดภัยพิบัติในแต่ละภูมิภาคหรือทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยต้องการให้เว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลด้านภัยพิบัติทุกประเภท รวมทั้งเป็นการเปิดช่องทางสื่อสารในการเฝ้าระวังภัยในลักษณะรูปแบบชุมชนออนไลน์ โดยภายในเว็บไซต์จะมีการอัปเดตข้อมูลและสถานการณ์ด้านภัยพิบัติอย่างทันท่วงที ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเกิดเหตุการณ์ที่เข้าข่ายต้องแจ้งเตือนให้กับประชาชน

สำหรับทิศทางการทำงานของศูนย์เตือนภัยในปีหน้า ในวันนี้ (14 ธ.ค.) จะมีการลงนามในสัญญาเกี่ยวกับโครงการติดตั้งทุ่นลอยน้ำลึกเพื่อตรวจสอบหาคลื่นสึนามิอีก 2 ทุ่นในทะเลฝั่งอันดามันจากเดิมมีแล้ว 1 ทุ่นซึ่งสหรัฐอเมริกาบริจาคให้ นอกจากนี้ยังมีโครงการติดตั้งหอเตือนภัยเพิ่มเติมในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน และบริเวณฝั่งอ่าวไทยและทะเลตะวันออกเพื่อให้สามารถเตือนภัยได้ครบถ้วนทุกภัยพิบัติ

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552


"Google" ฉลาดได้อีก!!
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
9 ธันวาคม 2552 00:16 น.
ฉลาดขนาดนี้แล้ว กูเกิล (Google) ยังฉลาดเพิ่มขึ้นได้อีก ล่าสุดเขย่าโลกสืบค้นข้อมูลออนไลน์ครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว 3 บริการใหม่รวดเดียว หนึ่งคือการเพิ่มเนื้อหาจากเครือข่ายสังคมหลากหลายค่ายที่มีจุดแข็งเรื่องการอัปเดทตลอดเวลาทุกนาทีมาแสดงไว้ที่หน้าผลการค้นหาด้วย ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของกูเกิลในรอบหลายปี สองคือบริการ "เฟเวอริตเพลส (Favorite Places)" บริการค้นหาทางโทรศัพท์มือถือจากรหัส QR code ที่กูเกิลเล่นง่ายๆด้วยการส่งป้ายรหัสให้ผู้มีธุรกิจติดไว้ที่หน้าร้านเพื่อให้ผู้ผ่านไปมาถ่ายรูปเพื่อหาข้อมูลก่อนตกลงใจเข้าร้าน สามคือ "กูเกิล ก็อกเกิล (Google Goggle)" แอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้เพียงถ่ายภาพสิ่งของหรือสถานที่ที่ต้องการแล้วส่งไปให้กูเกิลดู เป็นที่มาของคำว่า "กูเกิลมีดวงตาแล้ว" ***บอกลาข้อมูลเก่า เบื้องหลังการยกตัวเองเป็นบริการสืบค้นข้อมูลเรียลไทม์ของกูเกิลคือเนื้อหาที่ถูกอัปเดททุกวินาทีบนเฟสบุ๊ก (Facebook), ทวิตเตอร์ (Twitter) และมายสเปส (MySpace) โดยกูเกิลให้คำจำกัดความคุณสมบัติใหม่นี้ว่า real-time search stream ซึ่งทำให้กูเกิลสามารถทำดัชนีคอนเทนท์สดใหม่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้กูเกิลไม่ต้องจมอยู่กับข้อมูลเก่าเก็บอย่างที่ผ่านมา จุดนี้ผู้ใช้กูเกิลที่ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับงานอีเวนต์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้นจะได้รับประโยชน์มาก เนื่องจากผู้ใช้จะได้รู้ว่าชาวเน็ตรายอื่นๆบรรยายความเคลื่อนไหวของงานไว้อย่างไร ข้อความทวีตใดบ้างที่น่าสนใจ รวมถึงข่าวสั้นและบล็อกที่เพิ่งโพสต์ขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้สามารถเลือกผลการสืบค้นล่าสุดหรือ "Latest results" ได้จากเมนูสืบค้นของกูเกิลเพื่อชมผลลัพท์เฉพาะที่เป็นเนื้อหาที่อัปเดทด่วนจากเครือข่ายสังคม เมนู Latest results สามารถใช้งานได้ทั้งบนไอโฟนของแอปเปิล (iPhone) และสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) โดยกูเกิลระบุว่าจะเริ่มให้บริการในทุกภูมิภาคทั่วโลกภายในสัปดาห์นี้เป็นภาษาอังกฤษ นอกจากการติดอาวุธให้บริการเสิร์ช กูเกิลยังเสริมแกร่งบริการค้นหาในท้องถิ่นด้วยบริการชื่อ Favorite Places บริการนี้ถูกมองว่าไม่มีความซับซ้อนแต่จะเป็นประโยชน์มากทั้งในแง่เจ้าของธุรกิจและผู้บริโภค


***เสิร์ชก่อนเข้าร้าน หลักการง่ายๆของบริการ Favorite Places คือ กูเกิลจะส่งสติกเกอร์ติดกระจกให้กับร้านค้าในท้องถิ่นที่ถูกสืบค้นมากที่สุดในกูเกิลและกูเกิลแมปส์ (Google Maps) จำนวน 100,000 อันดับแรก สติกเกอร์ดังกล่าวไม่ใช่สติกเกอร์ธรรมดาแต่เป็นสติกเกอร์ภาพ QR code หรือที่เรียกกันว่าบาร์โค้ด 2 มิติ ประโยชน์จะเกิดขึ้นทันที่ที่ผู้ใช้เดินผ่านร้านที่เห็นสัญลักษณ์นี้ แล้วลงมือถ่ายภาพรหัส QR code เพื่อเสิร์ชในกูเกิล เพราะผู้ใช้จะได้อ่านข้อมูลรีวิวร้าน และได้รับคูปองส่วนลดก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ซึ่งหากเข้าไปแล้ว ก็สามารถย้อนกลับมาให้คะแนนร้านหรือ"ให้ดาว"ได้ในอนาคต ผู้ใช้สามารถอ่านรหัส QR code ได้จากโปรแกรมอ่านบาร์โค้ดซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายละเอียดเงื่อนไขการให้บริการนี้จากกูเกิล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มชิมลางในสหรัฐฯก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นที่กูเกิลเปิดบริการค้นหาธุรกิจในท้องถิ่น





วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552


Windows xp ได้เพิ่มความสามารถในการเขียนซีดี บนแผ่น CD-R และ CD-RW โดยเราไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมเหมือนแต่ก่อน การใช้งานก็ไม่ยุ่งยากมีลักษณะคล้ายกับการ copy file ด้วย Windows Explrer แต่มีขั้นตอนเพิ่มเติมเล็กน้อย สำหรับการเขีนนซีดี Windows xp รองกับการการเขียนไฟล์เพลง เพื่อทำเป็น Audio CD กับเพลงข้อมูลด้วย
ขั้นตอนการเขียนซีดี ข้อมูล
1.ใส่แผ่น CD-R หรือแผ่น CD-RW ในเครื่องเขียนซีดี
2.คลิกเลือกไฟล์ หรือโฟลเดอร์ที่ต้องเขียน คลิกขวาาเลือก Send To
3.คลิกเลือก Drive ที่เป็น CD-Writer
4.จากนั้นโปรแกรมจะทำการเก็บข้อมูลที่ต้องการเขียนลงใน พื้นที่ชั่วคราวใน harddisk ก่อน
5.คลิกเลือกไฟล์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ตามต้องการ
6.โปรแกรมจะแสดงข้อความบน Taskbar ด้านขวา เพื่อบอกให้เราคลิกเพื่อเข้าไปยังหน้าต่างสำหรับการเขียนซีดี
7.คลิกหนึ่งครั้งจะปรากฏหน้าต่างดังภาพประกอบดังนี้
8.เราสามารถเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือลบไฟล์ บางไฟล์ ก่อนเริ่มการเขียนซีดี ได้
9.เมื่อพร้อมให้คลิกเลือกเมนูด้านซ้าย Write these files to CD
10.จะปรากฏหน้าต่าง Wizard ช่วยในการบันทึก ดังภาพประกอบด้านบน
11.ใส่ชื่อแผ่น CD หรือคลิก Next
12.โปรแกรมจะเริ่มเขียนข้อมูลลงแผ่น CD ให้ตามต้องการ
ข้อความระวัง การเขียนซีดี จะมีการใช้พื้นที่ชั่วคราวใน harddisk เพื่อเตรียมความพร้อมกันการเขียน ดังนั้น ควรมีพื้นที่ใน harddisk อย่างน้อย 1 GB เป็นอย่างต่ำ ทั้งนี้ขึ้นกับจำนวนข้อมูลที่เราต้องการเขียนในครั้งหนึ่ง ๆ
ที่มา: IT-Guides.Com

การที่ Internet ช้ามีหลายสาเหตุดังนี้ครับ
1.เกิดจากการใช้งานเช่น FTP,Mail,web มากเกิน Bandwidth ที่สมัครไว้กับ ISP (รับ-ส่งข้อมูลมาก)
วิธีการแก้ไข : กำหนดการใช้งาน internet ภายในองค์กรว่าใครจำเป็นต้องใช้หรือไม่จำเป็นต้องใช้ หรือจะกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะบางอย่าง เช่น mail,msn,web เป็นต้น ถ้าไม่ยังไม่เร็วขึ้นแนะนำให้ขยาย Banwidth ครับ
2.เกิดจาก media ( LL,ISDN,ADSL,PSTN)เช่น คู่สายเก่าเกินไป หรือมีสัญญารบกวนมากจนเกิดการ Lossวิธีการแก้ไข : แจ้งทาง media provider ทำการตรวจสอบและแก้ไข
3.เกิดจาก network ภายใน เช่น ติด virus ทำให้เกิดการคับคั่งของข้อมูลภายใน network
วิธีการแก้ไข : ทำการกำจัดไวรัส และทำการ Updatewindows อยู่เสมอ
4.เกิดจากอุปกรณ์ network (gateway,router,switch/hub) อาจมีปัญหา อาจเก่าเกินไป เกิดการเสื่อม ทำให้เกิดการ delay หรือไม่สามารถใช้งานได้
วิธีการแก้ไข : ทำการตรวจสอบหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
5.เกิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานเอง อาจมีประสิทธิภาพต่ำเกินการใช้งานจริง หรือใช้งานเปิดโปรแกรมมากเกินไป หรืออาจขาดการดูแล
วิธีการแก้ไข : ทำการ update windows หรือโปรแกรมต่างๆอยู่เสมอโดยเฉพาะ Anti-virus

ที่มา: Smiletips.Com